Sponsored
  • ร่วมกิจกรรมคริสต์มาส ที่โบสถ์คริสตจักรลำปลายมาศ.....

    ขอให้การบังเกิดของพระเยซูคริสต์
    นำความรัก ความหวัง และสันติสุข
    มาสู่ทุกครอบครัวในชุมชนของเรานะครับ
    ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน
    สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ
    ขอบคุณทุกๆท่าน
    เอเมน....
    ร่วมกิจกรรมคริสต์มาส ที่โบสถ์คริสตจักรลำปลายมาศ..... ขอให้การบังเกิดของพระเยซูคริสต์ นำความรัก ความหวัง และสันติสุข มาสู่ทุกครอบครัวในชุมชนของเรานะครับ ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน สุขสันต์วันคริสต์มาสครับ 😇 ขอบคุณทุกๆท่าน เอเมน....
    0 Comments 0 Shares 1K Views 0 Reviews
  • ประวัติอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

    ในอดีต “อำเภอลำปลายมาศ” เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ เป็นชุมชนขนาดย่อม ไม่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากนัก จนกระทั่งทางราชการได้เริ่มสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือจากจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสร้างถึงนครราชสีมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443 และต่อมาสร้างถึงจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2468

    เมื่อเส้นทางรถไฟตัดผ่านบริเวณนี้ ทำให้มีราษฎรอพยพเข้ามาจับจองที่ดิน ทำการบุกป่าถางพง ปลูกบ้านเรือนและตั้งถิ่นฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณดังกล่าวจึงเริ่มกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น

    ต่อมาเมื่อทางรถไฟสร้างต่อไปสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี หมู่บ้านบริเวณนี้จึงได้รับการตั้งชื่อว่า “บ้านหนองยาง” และสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ก็ถูกเรียกตามว่า “สถานีหนองยาง” ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกกันติดปากว่า “สะเตหนองยาง” ซึ่งในขณะนั้นยังขึ้นอยู่กับการปกครองของ อำเภอนางรอง

    ต่อมาในปี พ.ศ. 2479 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศโอนหมู่บ้านและตำบลบางแห่งจากอำเภอพิมาย (ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา) มาตั้งเป็น ตำบลโคกสะอาด และโอน ตำบลหนองกะทิง และ ตำบลหนองยาง จากเขตอำเภอนางรอง รวมทั้งโอน ตำบลทะเมนชัย, ตำบลตลาดโพธิ์, และ ตำบลโคกกลาง จากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ รวมทั้งหมด 6 ตำบล

    ต่อมาทางราชการได้ประกาศจัดตั้งเป็น “กิ่งอำเภอลำปลายมาศ” เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2479 ขึ้นตรงต่อการปกครองของอำเภอเมืองบุรีรัมย์

    ภายหลัง เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2490 กระทรวงมหาดไทยได้ออก พระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอลำปลายมาศขึ้นเป็น “อำเภอลำปลายมาศ” อย่างเป็นทางการ และใช้ชื่อนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
    ประวัติอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ในอดีต “อำเภอลำปลายมาศ” เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ เป็นชุมชนขนาดย่อม ไม่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากนัก จนกระทั่งทางราชการได้เริ่มสร้างทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือจากจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งสร้างถึงนครราชสีมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443 และต่อมาสร้างถึงจังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2468 เมื่อเส้นทางรถไฟตัดผ่านบริเวณนี้ ทำให้มีราษฎรอพยพเข้ามาจับจองที่ดิน ทำการบุกป่าถางพง ปลูกบ้านเรือนและตั้งถิ่นฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณดังกล่าวจึงเริ่มกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้น ต่อมาเมื่อทางรถไฟสร้างต่อไปสิ้นสุดที่จังหวัดอุบลราชธานี หมู่บ้านบริเวณนี้จึงได้รับการตั้งชื่อว่า “บ้านหนองยาง” และสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ก็ถูกเรียกตามว่า “สถานีหนองยาง” ชาวบ้านทั่วไปนิยมเรียกกันติดปากว่า “สะเตหนองยาง” ซึ่งในขณะนั้นยังขึ้นอยู่กับการปกครองของ อำเภอนางรอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2479 กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศโอนหมู่บ้านและตำบลบางแห่งจากอำเภอพิมาย (ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา) มาตั้งเป็น ตำบลโคกสะอาด และโอน ตำบลหนองกะทิง และ ตำบลหนองยาง จากเขตอำเภอนางรอง รวมทั้งโอน ตำบลทะเมนชัย, ตำบลตลาดโพธิ์, และ ตำบลโคกกลาง จากอำเภอเมืองบุรีรัมย์ รวมทั้งหมด 6 ตำบล ต่อมาทางราชการได้ประกาศจัดตั้งเป็น “กิ่งอำเภอลำปลายมาศ” เมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2479 ขึ้นตรงต่อการปกครองของอำเภอเมืองบุรีรัมย์ ภายหลัง เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2490 กระทรวงมหาดไทยได้ออก พระราชกฤษฎีกายกฐานะกิ่งอำเภอลำปลายมาศขึ้นเป็น “อำเภอลำปลายมาศ” อย่างเป็นทางการ และใช้ชื่อนี้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
    0 Comments 0 Shares 2K Views 0 Reviews
  • มาส่งพี่กำนัน..วัดป่าหลังโรงเลื่อย
    มาส่งพี่กำนัน..วัดป่าหลังโรงเลื่อย
    0 Comments 0 Shares 382 Views 0 Reviews
  • ขอบคุณเทศบาลที่มาซ่อมถนนให้บ้านเจริญมาศ ม.9 ครับ รถมาส่งเด็กนักเรียน การสัญจรไปมาสะดวกปลอดภัยขึ้นครับ
    ขอบคุณเทศบาลที่มาซ่อมถนนให้บ้านเจริญมาศ ม.9 ครับ รถมาส่งเด็กนักเรียน การสัญจรไปมาสะดวกปลอดภัยขึ้นครับ
    1 Comments 0 Shares 782 Views 0 Reviews
  • ##ประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 ในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ และได้แจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2568 กับสำนักงานเกษตรอำเภอลำปลายมาศ แล้ว ขอให้ดำเนินการ ดังนี้

    1. ติดตามประชาคม/ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้แจ้งขึ้นทะเบียนฯ ณ หมู่บ้านตามที่ตั้งแปลงเพาะปลูก หากไม่พบรายชื่อ ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วน

    2. ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสมุดบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส บัญชีต้องยังไม่ถูกปิด/ระงับบัญชี หรือ หากยังไม่มี ให้รีบเปิดบัญชีธนาคาร ให้เรียบร้อย
    ***##บัญชีธนาคาร ##ไม่ต้องนำมาส่ง สำนักงานเกษตรอำเภอทุกกรณี***

    3. ข้อมูลการแจ้งขึ้นทะเบียนฯ หากตรวจสอบพบภายหลังว่า มีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้แจ้งอาจถูกเรียกเงินคืนได้ในภายหลัง และมีความผิดตามระเบียบและคู่มือการขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ฯ

    หากมีคำถาม/ข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอลำปลายมาศ ในวัน เวลาราชการ

    📣📣📣##ประชาสัมพันธ์ไปยังเกษตรกรผู้เพาะปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 ในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ และได้แจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2568 กับสำนักงานเกษตรอำเภอลำปลายมาศ แล้ว ขอให้ดำเนินการ ดังนี้ 1. ติดตามประชาคม/ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้แจ้งขึ้นทะเบียนฯ ณ หมู่บ้านตามที่ตั้งแปลงเพาะปลูก หากไม่พบรายชื่อ ให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วน 2. ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของสมุดบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส บัญชีต้องยังไม่ถูกปิด/ระงับบัญชี หรือ หากยังไม่มี ให้รีบเปิดบัญชีธนาคาร ให้เรียบร้อย ***##บัญชีธนาคาร ##ไม่ต้องนำมาส่ง สำนักงานเกษตรอำเภอทุกกรณี*** 3. ข้อมูลการแจ้งขึ้นทะเบียนฯ หากตรวจสอบพบภายหลังว่า มีการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้แจ้งอาจถูกเรียกเงินคืนได้ในภายหลัง และมีความผิดตามระเบียบและคู่มือการขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ฯ หากมีคำถาม/ข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอลำปลายมาศ ในวัน เวลาราชการ
    0 Comments 0 Shares 1K Views 0 Reviews
  • #แด่เขมรศิษย์เก่าเขาอีด่าง ด้วยหลักมนุษยธรรมทำให้ไทยต้องมาเลี้ยงดูอุ้มชูแก่เพื่อนมนุษย์ชาวกัมพูชาเป็นเวลากว่า 14 ปี (2522 - 2536) บุญคุณไม่ทดแทน แต่กลับมาสร้างความแค้นให้กับคนไทย ... ปี พ.ศ.2522 ชาวกัมพูชานับแสนคน อพยพหนีภาวะสงครามภายในประเทศ และความอดอยาก มาขอรับความช่วยเหลือที่ชายแดนไทย เพื่อรอรับแจกข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำ และความช่วยเหลือทางการแพทย์ รัฐบาลไทยจึงได้อนุมัติให้จัดตั้งศูนย์ที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หลบหนีเข้าเมืองจากกัมพูชา ที่ #เขาอีด่าง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว (ในสมัยนั้นเป็นอำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี) เป็นค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชาที่มีผู้อพยพมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาจำนวนกว่า 160,000 คน ...
    #แด่เขมรศิษย์เก่าเขาอีด่าง ด้วยหลักมนุษยธรรมทำให้ไทยต้องมาเลี้ยงดูอุ้มชูแก่เพื่อนมนุษย์ชาวกัมพูชาเป็นเวลากว่า 14 ปี (2522 - 2536) บุญคุณไม่ทดแทน แต่กลับมาสร้างความแค้นให้กับคนไทย ... ปี พ.ศ.2522 ชาวกัมพูชานับแสนคน อพยพหนีภาวะสงครามภายในประเทศ และความอดอยาก มาขอรับความช่วยเหลือที่ชายแดนไทย เพื่อรอรับแจกข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำ และความช่วยเหลือทางการแพทย์ รัฐบาลไทยจึงได้อนุมัติให้จัดตั้งศูนย์ที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หลบหนีเข้าเมืองจากกัมพูชา ที่ #เขาอีด่าง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว (ในสมัยนั้นเป็นอำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี) เป็นค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชาที่มีผู้อพยพมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาจำนวนกว่า 160,000 คน ...
    0 Comments 0 Shares 2K Views 0 Reviews
  • ตีป้อมเขมร! วันที่ 2 ดุยิ่งกว่าเดิม!
    ปะทะเดือดชายแดน! ไทย-เขมรเปิดฉากยิงยับ สนั่นแนวเขาพระวิหาร-ช่องบก

    เช้าวันที่ 25 ก.ค. 2568 เสียงปืนดังลั่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง! บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเข้าสู่วันที่สองของการปะทะกันแบบดุเดือดเลือดพล่าน จนคนไทยทั้งประเทศต้องจับตา

    เวลา ตีสี่ครึ่ง ทหารกัมพูชาดันเปิดเกมก่อน ยิงมาแบบไม่ยั้งรอบๆ บริเวณ ปราสาทพระวิหาร อย่างกับนรกแตก! ฝั่งไทยก็ไม่รอช้า กองพันทหารราบที่ 21 ซึ่งดูแลแนว พื้นที่กษัตริย์ศึก รีบเข้าตรวจสอบ พบว่าทหารเขมรเดินหน้ามาประชิดเต็มแนวชายแดน

    05.25 น. ทหารไทยเปิดฉากสวนกลับ! โดยใช้กำลังจาก กรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 ยิงตอบโต้แนวเขมรบริเวณกงจักร หลังฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธหนักสาดใส่แบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น!

    05.50 น. ฝั่งเขมรเริ่มขยับของหนัก รถถัง 6 คันขยับมาประจันหน้าตรงจุดพิกัด 5298887609 ตรงข้ามช่องปลดต่าง เรียงหน้ากระดานพร้อมรบ! งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ฝ่ายไทยต้องงัดทุกไม้เด็ดขึ้นมาสู้

    06.29 น. ศึกดุเดือนยิ่งขึ้นเมื่อกัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่-ปืนค. ใส่ฝั่งไทยบริเวณ เนิน 408 หวังยึด เนิน 469 ไว้เป็นจุดได้เปรียบ พิกัดยุทธศาสตร์ตรง ช่องบก ฝั่งเขมรเล่นใหญ่ ใช้ BM-21 จาก อำเภอจอมกระสาน ยิงกระหน่ำไปทางซัมแตกอย่างบ้าคลั่ง ฝ่ายไทยก็ไม่ยอม!! จัดเต็มด้วย ปืนใหญ่ 155 มม. ยิงสวนสนั่นป่า

    04.54 น. หน่วยทหารพรานที่ 26 ยังไม่เจอการปะทะตรงจุดแนวหน้า แต่ก็เตรียมพร้อมรบตลอดเวลา ขณะเดียวกัน หน่วยรถถังเบา Scorpion ของไทยประจำข้าง ปราสาทตาเมือนธม ก็เข้าร่วมสนับสนุนการยิงอย่างหนักหน่วง

    05.35 น. ไทยขอกำลังสนับสนุนปืนใหญ่ ยิงตรง หลังเนินโนเนม และทำลายรถถังเขมรฝั่งตรงข้ามช่องบกแบบไม่ปรานี

    05.50 น. หน่วยรบไทยเริ่มเข้าตีจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ภูมะเขือ ด้านทิศใต้ จัดหนักเพื่อกดดันทัพเขมรที่ขยับเข้ามาไม่หยุด

    เสียงปืนยังไม่จางหาย ความตึงเครียดบนแนวชายแดนยังคุกรุ่น... คนไทยต้องจับมือกันแน่นๆ รู้ไว้! เราไม่ได้ถอย และจะไม่ยอมเสียแผ่นดินแม้แต่วาเดียวให้ใครหน้าไหน!

    “แผ่นดินไทย ไม่ใช่ของแจกฟรี! ใครกล้ารุก เรากล้ายืนหยัด!”

    notezbook

    #fyp #ข่าว #การเมือง #เขมร #กัมพูชา
    ตีป้อมเขมร! วันที่ 2 ดุยิ่งกว่าเดิม! ปะทะเดือดชายแดน! ไทย-เขมรเปิดฉากยิงยับ สนั่นแนวเขาพระวิหาร-ช่องบก เช้าวันที่ 25 ก.ค. 2568 เสียงปืนดังลั่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง! บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเข้าสู่วันที่สองของการปะทะกันแบบดุเดือดเลือดพล่าน จนคนไทยทั้งประเทศต้องจับตา เวลา ตีสี่ครึ่ง ทหารกัมพูชาดันเปิดเกมก่อน ยิงมาแบบไม่ยั้งรอบๆ บริเวณ ปราสาทพระวิหาร อย่างกับนรกแตก! ฝั่งไทยก็ไม่รอช้า กองพันทหารราบที่ 21 ซึ่งดูแลแนว พื้นที่กษัตริย์ศึก รีบเข้าตรวจสอบ พบว่าทหารเขมรเดินหน้ามาประชิดเต็มแนวชายแดน 05.25 น. ทหารไทยเปิดฉากสวนกลับ! โดยใช้กำลังจาก กรมทหารราบเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 2 ยิงตอบโต้แนวเขมรบริเวณกงจักร หลังฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธหนักสาดใส่แบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น! 05.50 น. ฝั่งเขมรเริ่มขยับของหนัก รถถัง 6 คันขยับมาประจันหน้าตรงจุดพิกัด 5298887609 ตรงข้ามช่องปลดต่าง เรียงหน้ากระดานพร้อมรบ! งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ ฝ่ายไทยต้องงัดทุกไม้เด็ดขึ้นมาสู้ 06.29 น. ศึกดุเดือนยิ่งขึ้นเมื่อกัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่-ปืนค. ใส่ฝั่งไทยบริเวณ เนิน 408 หวังยึด เนิน 469 ไว้เป็นจุดได้เปรียบ พิกัดยุทธศาสตร์ตรง ช่องบก ฝั่งเขมรเล่นใหญ่ ใช้ BM-21 จาก อำเภอจอมกระสาน ยิงกระหน่ำไปทางซัมแตกอย่างบ้าคลั่ง ฝ่ายไทยก็ไม่ยอม!! จัดเต็มด้วย ปืนใหญ่ 155 มม. ยิงสวนสนั่นป่า 04.54 น. หน่วยทหารพรานที่ 26 ยังไม่เจอการปะทะตรงจุดแนวหน้า แต่ก็เตรียมพร้อมรบตลอดเวลา ขณะเดียวกัน หน่วยรถถังเบา Scorpion ของไทยประจำข้าง ปราสาทตาเมือนธม ก็เข้าร่วมสนับสนุนการยิงอย่างหนักหน่วง 05.35 น. ไทยขอกำลังสนับสนุนปืนใหญ่ ยิงตรง หลังเนินโนเนม และทำลายรถถังเขมรฝั่งตรงข้ามช่องบกแบบไม่ปรานี 05.50 น. หน่วยรบไทยเริ่มเข้าตีจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ภูมะเขือ ด้านทิศใต้ จัดหนักเพื่อกดดันทัพเขมรที่ขยับเข้ามาไม่หยุด เสียงปืนยังไม่จางหาย ความตึงเครียดบนแนวชายแดนยังคุกรุ่น... คนไทยต้องจับมือกันแน่นๆ รู้ไว้! เราไม่ได้ถอย และจะไม่ยอมเสียแผ่นดินแม้แต่วาเดียวให้ใครหน้าไหน! “แผ่นดินไทย ไม่ใช่ของแจกฟรี! ใครกล้ารุก เรากล้ายืนหยัด!” notezbook #fyp #ข่าว #การเมือง #เขมร #กัมพูชา
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 3K Views 0 Reviews
  • "แค่มาส์ก...ผิวก็ใสขึ้นแบบไม่ต้องรอคลินิก"
    วิตซีเข้มข้นในรูปแบบมาส์กหน้าแผ่นเดียวที่ช่วยกู้ผิวหมอง
    ให้ดูไบร์ท ฉ่ำใสแบบไม่แสบ ไม่ระคายเคือง
    เหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้แล้วรู้สึกได้เลยว่าผิวสดชื่นขึ้นจริงๆ
    ผิวที่ดี...เริ่มจากการดูแลถูกวิธี และต่อเนื่องเพียงไม่กี่นาทีต่อวัน
    ของหมดไวมาก รีบกดก่อนของหมด https://areemart.com/product/a129-1alb8
    #มาส์กรัชชา #วิตซีมาส์กหน้า #ผิวใสไม่ต้องรอ #Areemart
    "แค่มาส์ก...ผิวก็ใสขึ้นแบบไม่ต้องรอคลินิก" 🍊 วิตซีเข้มข้นในรูปแบบมาส์กหน้าแผ่นเดียวที่ช่วยกู้ผิวหมอง ให้ดูไบร์ท ฉ่ำใสแบบไม่แสบ ไม่ระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้แล้วรู้สึกได้เลยว่าผิวสดชื่นขึ้นจริงๆ 🧡 ผิวที่ดี...เริ่มจากการดูแลถูกวิธี และต่อเนื่องเพียงไม่กี่นาทีต่อวัน ของหมดไวมาก รีบกดก่อนของหมด 👉 https://areemart.com/product/a129-1alb8 #มาส์กรัชชา #วิตซีมาส์กหน้า #ผิวใสไม่ต้องรอ #Areemart
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 2K Views 9 0 Reviews
  • สนใจทักมาสั่งได้นะคะ0895798576 จ้า
    สนใจทักมาสั่งได้นะคะ0895798576 จ้า
    Love
    1
    0 Comments 0 Shares 1K Views 0 Reviews
fornote https://fornote.in.th